“เปิดโลกมาก” “แฮปปี้มาก” “เหมือนถูกเปิดสมองออกมาแล้วเขย่ามัน” “ทำให้ได้ think again”“เราเป็นคนหน้างาน ทำงานมาเป็นสิบปี แต่ไม่ค่อยได้หยุดถามตัวเองว่าทำอะไร สองวันนี้ทำให้ได้ท้าทายวิธีคิดของตัวเอง”“ได้เห็นว่า งานวิจัยและงานขับเคลื่อนไปด้วยกันและอุดรอยรั่วของกันและกัน”“การที่มีคนหลายศาสตร์มารวมกัน ทำให้เห็นว่า โจทย์เดียวกันถูกมองแตกต่างกัน ได้รู้จักภาษาที่ใช้เรียกปัญหาเดียวกันจากต่างศาสตร์ ทำให้เข้าใจปัญหาในมุมที่ต่างกัน และนำไปสู่การ conceptualize แบบใหม่”“ได้เจอกลุ่มคนที่เราไม่เคยเข้าถึงมาก่อน เช่น คนทำสื่อ ได้เข้าใจว่าเขาคิดยังไง”“ได้เห็นขอบฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าสิ่งที่เราหมกมุ่น” “ได้เป็นนักเรียนอีกครั้งและมารับไฟจากน้องๆ คนรุ่นใหม่”“การแก้โจทย์ด้านการศึกษาพึ่งครุศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้”“ได้ตระหนักว่า mental model เรามี bias และผลักเราไปสู่คนกลุ่มเดิม”
นี่คือเสียงจากผู้เข้าร่วมงาน Workshop “วิจัยการศึกษาไทย (อย่างไรให้) ไม่เหมือนเดิม” โดย Strategic Agenda Team ด้านการศึกษาและการเรียนรู้ (SAT) ได้รับการสนับสนุนของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ (LSEd) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สกสว. ซึ่ง Teal Work ได้เข้ามามีส่วนร่วมช่วยออกแบบกระบวนการค่ะ
ตอนที่ได้รับโจทย์มา ก็รู้สึกท้าทายอย่างมาก เพราะผู้เข้าร่วมคือนักวิชาการและนักปฏิบัติที่ทำงานมายาวนาน และมาจากต่างศาสตร์กันด้วย มีมันสมองมากมายมารวมกัน จะออกแบบกระบวนการอย่างไรให้ สนุก ท้าทาย ประเทืองปัญญา
โจทย์สำคัญคือ นักวิจัยเหล่านี้ทำงานเรื่องการตั้งคำถามมาหลายปี จะชวนให้พวกเขาตั้งคำถามวิจัยใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนเดิมได้อย่างไร?
เข้าใจกระบวนการคิดภายในด้วย Mental Model & Iceberg Model
วันแรก เราหยิบเครื่องมือทำความเข้าใจการคิด ได้แก่ mental model และ iceberg model มายำผสมกับเรื่อง double loop learning ออกมาเป็นกระบวนการชื่อ “Discover your iceberg” ชวนทุกคนดำดิ่งลงไปใต้ภูเขาน้ำแข็งของตัวเองและผุดขึ้นมาใหม่พร้อมกับ mental model แบบใหม่และคำถามแบบใหม่
จากกระบวนการนี้ ทำให้เกิดโจทย์คำถามใหม่ๆ เต็มไปหมด และท้าทายกระบวนทัศน์แบบเก่าอย่างมาก เช่นว่า
– ที่ผ่านมา รัฐควบคุมว่าใครจะผลิตหนังสือเรียนได้ แต่จะเป็นไปได้มั้ย ที่ต่อไป ใครๆก็ผลิตหนังสือเรียนได้และจะมีกลไกประกันคุณภาพแบบใหม่อย่างไร
– ที่ผ่านมา เรามี approach ในการสอนเรื่องพหุวัฒนธรรมโดยเน้นให้ celebrate ชื่นชมความสวยงามหลากหลายของวัฒนธรรม จะเป็นไปได้มั้ยที่เราจะสอนเรื่องพหุวัฒนธรรมด้วยสายตาเชิงวิพากษ์มากขึ้น
– ที่ผ่านมา เราจัด workshop เพื่ออบรมพัฒนาครู เพราะเชื่อว่า ครูไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ต้องมีคนป้อนความรู้ให้ เป็นไปได้มั้ยที่เราจะมีวิธีใหม่ๆ ในการพัฒนาครูที่ครูมี agency ลุกขึ้นมาเป็นผู้สร้างและเผยแพร่ความรู้เอง
มองภาพอนาคตด้วย Foresight และ The 5 Futures
วันที่สอง หยิบเอาเครื่องมือฝั่ง foresight อย่างการกวาดสัญญาณ (scanning) มาใช้ ชวนจินตนาการถึงอนาคต 5 แบบว่าจะส่งผลต่อการศึกษาและการเรียนรู้อย่างไร และควรตั้งคำถาม/หาความรู้อะไรเพื่อรับมือ ซึ่งได้โจทย์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นแต่ยังสอดคล้องกับสภาวการณ์จริงของโลก เช่น
– เมื่อ algorithm ของ social media ทำให้เกิด political polarization แล้วการศึกษาจะสร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนเข้าใจปรากฏการณ์และรู้เท่าทัน bias ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
– การศึกษาจะสร้าง harmony ในสังคมโดยยังเคารพความหลากหลายได้อย่างไร
– เราจะมีกลไกและรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุที่จะมีจำนวนมากในประเทศไทยอย่างไร
– ระบบการศึกษาจะรับมืออย่างไรกับ climate refugee ซึ่งกำลังกลายเป็นผู้ลี้ภัยกลุ่มใหญ่ของโลกมากกว่าผู้ลี้ภัยสงคราม
– เราจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจผลกระทบต่อ climate change เมื่อคนทำไม่ใช่คนรับผล และคนรับผลไม่ใช่คนทำ ฯลฯ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่เราสามารถใช้ในพัฒนาการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) ได้ ลองนำไปใช้กันดูนะคะ 🙂
หากองค์กรใด ต้องการการอบรมพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์แบบ custom-made สำหรับองค์กร Teal Work ยินดีให้คำปรึกษาและออกแบบกิจกรรม กระบวนการที่ตอบโจทย์เฉพาะขององค์กรคุณได้ค่ะ